เรื่องสั้น

[ ภารกิจ ]

by จ่าโจ @November,10 2006 12.00 ( IP : 210...81 ) | Tags : เรื่องสั้น

...

นอกจากแสงไฟที่ส่องลอดออกมาจากกระท่อมกลางสวนยางแห่งนั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกห่อหุ้มใต้เงามืดรวมทั้งการเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายของผมและลูกทีมปฏิบัติการพิเศษ การสื่อสารกันในทีมแทบจะไม่มีเพราะแม้แต่การส่งสัญญาณมือก็แทบจะมองไม่เห็น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะแผนปฏิบัติการที่ถูกกำหนดไว้อย่างถี่ยิบทำให้แต่ละคนในทีมรู้หน้าที่ของตัวเอง การเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายในเวลากลางคืนสิ่งเดียวที่ต้องคำนึงถึงคือการระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง การคืบคลานแต่ละเมตรของพวกผมจึงไม่ต่างอะไรกับการเลื้อยของงูที่ค่อย ๆ ตีโอบเข้าหาเหยื่อ รูปขบวนเข้าตีถูกจัดวางเป็นรูปตัว L กำหนดให้ทีม 1 ซึ่งนำทีมโดยหมวดเอกพลเข้าทางด้านหน้ากระท่อม ส่วนผมและลูกทีมอีก 3 คนเป็นทีม 2 ตีบีบจากด้านข้าง ด้วยเหตุผลในการป้องกันวิถีกระสุนที่อาจจะยิงเข้าใส่พวกเดียวกันเอง

[...จ่า...30 วินาที หลังทีมผมยิง จ่านำทีมจ่าเข้าชารจ์เลย ]

เสียงคำสั่งจากหมวดเอกพล ดังอยู่ในเอียร์โฟนที่เสียบอยู่ในหูผมและลูกทีม ไม่ต้องมีการสั่งการอะไรกันอีกนับจากนี้ ผมกระดิกนิ้วปลดเซฟปืน H&K MP5 ไปยังตำแหน่งออโตเมติก

"...ทราบ..." ผมตอบกลับไปทางวิทยุที่รัดสายไมค์ไว้ใต้ลำคอ ภารกิจกำลังจะเริ่มต้น ________________________________________________________________

[ ห้องวางแผนปฏิบัติการ ]

" แหล่งข่าวรายงานยืนยันว่า มันหนีมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่ เมื่อ 19 : 00 น. คืนนี้มันต้องพักที่นี่ และเราจะเข้าชาร์จตอน 05 : 45 น. ภารกิจคือเข้าสังหาร และ ถอนตัวออกมาทันที เรื่องที่เหลือปล่อยให้ตำรวจเข้ามาจัดการต่อ มีคำถามมั้ย "

หมวดเอกพลบรรยายภารกิจอย่างสั้น ๆ พร้อมทั้งกวาดสายตามองลูกทีม เป้าหมายของเราเป็นแกนนำผู้ก่อการร้ายคนสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ก่อการร้ายในพื้นที่หลายครั้ง คำพิพากษาโทษตายโดยไม่ต้องมีการไต่สวนเช่นนี้ ต้องอาศัยการลงมือจากทีมปฏิบัติการพิเศษ เพื่อป้องกันการผิดพลาดและทีมเราถูกเลือกให้เข้ามาทำงานครั้งนี้

" กฏการปะทะครับ ? " ผมถามหมวดเอกพล ผู้หมวดหยุดยืนนิ่งหน้ากระดานไวท์บอร์ดที่ใช้วางแผนปฏิบัติการ สายตาของหมวดกวาดมองหน้าทุกคนที่อยู่ในห้อง

" Rad Code " แววตาที่นิ่งสนิท เยือกเย็น และแน่วแน่ของหมวดเอกพลบ่งบอกถึงความเด็ดขาด

" Rad Code " คือการเข้าชารจ์อย่างดุดัน ด้วยอาวุธประจำกายของแต่ละคนเพื่อสังหารเป้าหมาย ไม่มีการต่อรอง ไม่มีเสียงบอกให้วางอาวุธ แล้วออกมามอบตัว เจ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้ว มันคือการรุมสังหาร เป้าหมายเสียชีวิต นั่นคือการจบภารกิจ

" 03 : 30 น. เริ่มต้นการแทรกซึมเข้าสู่ที่หมาย แยกย้ายกันไปเตรียมตัวได้ "

หมวดเอกพลปิดการบรรยายสรุปภารกิจ พวกเราต่างแยกย้ายไปตรวจสอบอาวุธประจำกาย
และเตรียมตัวสำหรับภารกิจที่กำลังจะมาถึง ________________________________________________________________
เหงื่อเริ่มซึมออกมาจากมือ ระยะห่างถึงกระท่อมแค่ 20 เมตร ลูกทีมของผมขยายปีกวางตัวห่างออกไป เรากำลังรอการเปิดสัญญาณเข้าชารจ์จากทางฝั่งหมวดเอกพล ทันทีที่กำลังทางฝั่งหมวดเริ่มยิง ไอ้คนข้างในกระท่อมมันจะถอยมาทางฝั่งเราภายใน 20 วินาทีแรกของฉากการยิง

จากนั้นทางฝั่งหมวดจะหยุด..อีก 10 วินาที ทางฝั่งผมจะเข้าชารจ์ .......

_________________________________________

" ทำไมเราไม่รอจนกว่าพวกตำรวจมาแล้วเราค่อยถอนตัวล่ะครับ ? "

ผมถามหมวดเอกพล หลังจากที่พวกเราแยกกันไปเตรียมตัว ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการออกปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงถึงขั้นมีการก่อการร้าย การตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถูกนำมาใช้เพื่อยับยั้งไม่ให้กลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อการร้ายในพื้นที่ก่อเหตุร้ายกับประชาชนผู้บริสุทธ์ งานข่าวถูกประเมินครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่จะมีการกำหนดแผนปฏิบัติการแต่ละครั้ง หลายหนที่ผู้ก่อการระดับแกนนำถูกสั่งให้ตาย ก่อนที่จะมีการพิจารณาถึงความผิดที่เขาได้กระทำโดยกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดตามมาหากปล่อยให้เวลายืดเยื้อ ทั้งประชาชนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ สภาพเศรฐกิจที่ต้องหยุดชะงักจากความไม่ไว้วางใจในการลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก คนที่ออกคำสั่งชั่งน้ำหนักข้างไหนมากกว่ากันผมก็ไม่อาจทราบได้ แต่สำหรับภารกิจครั้งนี้มันออกจะดูแปลก ๆ ในความคิดของผมอยู่บ้าง เพราะทุกครั้งที่เราออกทำงานเราจะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จะเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพและเก็บหลักฐานต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุอีกทั้งต้องมีการสรุปผลการปฏิบัติการให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

" มันเป็นคำสั่งนะจ่า จ่าเป็นทหาร ผมเป็นทหาร
ทุกครั้งที่เราออกปฏิบัติภารกิจ เราไม่มีข้อสงสัยไม่ใช่เรอะ? "

หมวดเอกพลตอบคำถามผม แถมยังย้อนถามกลับผมอีกแต่ครั้งนี้หมวดก้มหน้าก้มตาตรวจเช็คอาวุธในมือโดยไม่มองหน้าผม....

" ครับผม..ไม่มีข้อสงสัยครับ " ผมหันกายเดินออกมาหลังจากตอบหมวดเอกพล
และผมยิ่งรู้สึกว่าภารกิจครั้งนี้มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ
___________________________

ทันทีที่เสียงปืนจากทางหมวดเอกพลหยุดยิง เสียงดิ้นรนของคนภายในกระท่อมขยับมาอยู่ทางฝั่ง
ของพวกผมแล้ว....

" ชารจ์ " ผมร้องสั่งลูกทีม H&K MP5 ในมือสาดกระสุนเข้าไปยังฝากระท่อมในลักษณะยิงเฉียงจากล่างขึ้นบนวิถีกระสุนที่ทะลวงผ่านเข้าไปจากปืนทั้ง 4 กระบอก ฉีกฝาไม้ไผ่ขัดแตะกระจุยออกมา ในขณะที่ทีมผมวิ่งเข้าหา แว่วเสียงร้องออกมาจากกระท่อม ลูกทีมผมสาดกระสุนเข้าใส่ตำแหน่งของเสียงนั้น

พระเจ้าช่วย...เสียงร้องของผู้หญิง

ผมลดปืน H&K MP5 ในมือลงข้างตัว ควันลอยอ้อยอิ่งออกมาจากปากลำกล้องที่เพิ่งสาดกระสุนออกไปหมาด ๆ ฝูงหัวกระสุนที่พุ่งทะลุทะลวงฝากระท่อมเบื้องหน้า เปิดทางให้ผมและทีมชารจ์เข้ามายืนอยู่กลางภาพที่กระชากหัวใจผมออกมากองที่พื้น

ภาพที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น....ตลอดชีวิตการเป็นหน่วยปฎิบัติการพิเศษ

ผู้ชายคนหนึ่งนอนทับอยู่บนผู้หญิงคนหนึ่ง และเด็กอีกคนหนึ่ง ในมือยังกำปืนอาร์ก้า เลือดยังทะลักออกมาจากรูกระสุนที่พรุนไปทั้ง 3 ร่าง เศษเนื้อที่ถูกฉีกจากคมกระสุน แววตาที่ตื่นตระหนก และหวาดกลัวบนหน้าหญิงสาวคนนั้น เหมือนมองมาที่ผม กลิ่นคาวเลือดปนกับกลิ่นควันที่ออกมาจากปากกระบอกปืนคละคลุ้งไปทั้งกระท่อม ...

" เคลียร์ " เสียงจากทีมหมวดเอกพลที่ตามเข้ามาหลังจากเสียงปืนยุติ

ผมเงยหน้า จ้องเข้าไปในตาของหมวดเอกพล

" ทำไมหมวดไม่บอกก่อน ว่ามีเด็ก กับผู้หญิงด้วย "

" มันเป็นภารกิจนะจ่า พวกเราแค่ทำภารกิจให้มันจบ ก้อเท่านั้น "
หมวดเอกพลตอบผม ในแววตาที่นิ่งสนิทนั้น ผมไม่รู้ว่า ผมกำลังมองผู้บังคับบัญชา หรือว่าฆาตกร

" เราทำภารกิจสำเร็จ เป้าหมายเสียชีวิต ถึงแม้จะมีคนตายเพิ่ม
แต่ถ้ามันไม่ใช่คนของผม ผมไม่แคร์หรอก " หมวดเอกพลพูดกับผมเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะสั่งให้พวกเราถอนตัว

ผมนิ่งงันตลอดการเดินทางกลับหน่วย
ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกในแววตาของผู้หญิงคนนั้น ยังเด่นชัดในห้วงคำนึง.....

การฟื้นฟู ศอบต. และ พตท.43 ที่กำลังกล่าวขานถึงว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จะเริ่มส่งผลเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ ผมไม่ทราบ ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่าถ้าเราแก้ไขปัญหาความรุนแรงด้วยความรุนแรง วงเวียนของการตอบโต้ การล่าสังหาร การปิดล้อม การขับไล่ การวางระเบิด การลอบยิง และอะไรต่อมิอะไรที่มันกำลังยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้คงไม่มีวันจบสิ้น ความสมานฉันท์คงเป็นวลีที่ลอยไปลอยมาในอากาศอย่างไม่มีทางจับต้องได้ ตราบใดที่เราเอาหัวกระสุนให้เขา แทนที่จะยืนสองมือออกไปให้จับ

และผมก็เริ่มสงสัยในภารกิจของผม .. ว่ามันถูกต้องหรือไม่


.


.


.


.





.


...................... หมายเหตุผู้เขียน : เรื่องนี้เขียนไว้ตั้งแต่ประมาณปี 2546 ครับ พอดีเห็นว่าจะนำมาปรับใช้กับปัจจุบันได้ ก็เลยแก้รูปประโยคบางส่วน เนื้อหายังคงเดิมครับ

แสดงความคิดเห็น

« 3731
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ