เรื่องสั้น

... เพื่อนตาย ...

by จ่าโจ @November,11 2006 15.07 ( IP : 210...2 ) | Tags : เรื่องสั้น

[ ภาคที่ 1 ]

ถ้ามองด้วยสายตา สามัญสำนึก และความรู้สึกของคนธรรมดามันก็ยากที่จะแยกแยะความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 สายพันธุ์ที่นอนเคียงข้างกันอยู่ข้างถนนคอนกรีตทางเข้าหมู่บ้าน ความขมุกขมอม กลิ่นสาบฉุน ๆ สีกระดำกระด่างที่เปรอะเลอะเทอะตามลำตัว

ตัวหนึ่ง มี 2 ขา อีกตัวหนึ่งมี 4 ขา นอนขดกายเบียดกันราวกับจะแบ่งปัน

ความอบอุ่นให้กันและกัน ...

ผมบิดคันเร่งมอเคอร์ไซค์ผ่านไป ก่อนจะเหลียวกลับมามองสองลมหายใจนั้นอีกครั้ง


ควันกรุ่นจากชามใส่ก๊วยเตี๋ยวไก่ ลอยเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นหอมชวนกินมาแตะจมูก ผมตักพริกดอง เติมน้ำปลาอยู่ที่ท้ายรถปิ๊คอัพขายก๊วยเตี๋ยวไก่ที่ขับเข้ามาขายในหมู่บ้าน บ่าย ๆ วันเสาร์เช่นนี้ บางทีการต้องฝ่าเปลวแดดออกไปหาซื้ออะไรมาใส่ท้องให้มันตึง ๆ ดูจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย อะไรก็ได้ที่มาขายผ่านหน้าบ้านดูจะเข้าท่าไปซะหมด ขณะที่ผมกำลังจะถือชามก๊วยเตี๋ยวไก่เข้าบ้าน เสียงประสานจากเหล่าสุนัขหลายตัวในหมู่บ้านทำให้ผมต้องหันไปมอง

สุนัขผอมกระหร่อง ตัวกระดำกระด่างตัวหนึ่ง กำลังเห่าสู้กับเหล่าสุนัขอ้วนพีเจ้าของถิ่น ดูเหมือนมันพยายามปกป้องชายผอมโซ เสื้อผ้ามอมแมม ที่เดินถือถุงเก็บเศษของที่พอจะมีค่าจากถังขยะตามหน้าบ้าน ชายคนนั้นพยายามกวัดแกว่งไม้ไผ่ลำยาวราวเมตรครึ่งที่ใช้พยุงกาย เข้าหาบรรดาจ้าถิ่นสี่ขา พลางส่งเสียงไล่ที่แหบโหย ...

หนึ่งคน กับหนึ่งสุนัข ต่างพยายามปกป้องอีกฝ่ายหนึ่ง

...

ผมหันไปสั่งเส้นหมี่แห้งใส่ถุงอีกถุงหนึ่ง ...

...

สองชีวิตพากันฝ่าดงสุนัขหมู่ เดินเปิดดูตามถังขยะใบโน้น ใบนี้ กระป๋องเบียร์ เศษกระดาษลัง ลวดไม้แขวนเสื้อ และอะไรต่อมิอะไรที่ชายคนนั้นคิดว่ามีค่า ถูกลำเลียงออกมา ก่อนจะยัดใส่ถุงปุ๋ยเก่า ๆ ที่ถูกสะพายอยู่บ่นบ่าที่งอคุ้ม ผมเดินไปยื่นถุงใส่ก๊วยเตี๋ยวไก่ให้เขา

มือที่พนมขึ้นแทบจะท่วมหัว ก่อนที่จะยื่นมารับถุงก๊วยเตี๋ยวไก่ไปอย่างสั่นเทา

ไม่มีคำขอบคุณ ... ไม่แม้แต่เงยหน้ามาสบตากับผม แต่เขากลับหันไปมองเพื่อนสี่ขาของเขา หางที่ส่ายระรัว เสียงงี๊ด งี๊ด และอาการที่แถตัวเข้ามาเบียดขาของเขาบ่งบอกความดีใจเกินกว่าจะอดกลั้นเขาแกะหนังยางรัดปากถุงออก ก่อนจะหยิบชิ้นปีกบนของไก่ที่อยู่ในถุง ส่งให้เพื่อนของเขา

ผมเดินหันหลังกลับเข้าบ้านพร้อมทั้งชามก๊วยเตี๋ยวไก่ของผม


รถของมูลนิธิแห่งหนึ่ง เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดงที่หลังคา ผู้คนยืนมุงดูอยู่ห่าง หน้าปากซอยที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งแคบเข้าไปอีก จนผมต้องค่อย ๆ พารถมอเตอร์ไซค์เลาะหลบผู้คน ใต้ผ้าสีขาวผืนยาว ร่างหนึ่งนอนสงบแน่นิ่งอยู่ สัญลักษณ์แห่งการยุติการดิ้นรนต่อสู้

ผมคิดว่า .. มันเป็นการยอมจำนน หรือเป็นการหลุดพ้นกันแน่

เสียงงี๊ด งี๊ด จากสุนัขผอมโซ เนื้อตัวกระดำกระด่าง ที่เดินวนเวียนอยู่รอบร่างไร้ลมหายใจใต้ผ้าคลุมสีขาวไม่ยอมห่าง

แม้ยามสิ้นลมหายใจ เพื่อนสองสายพันธ์คู่นี้ ก็ไม่ทิ้งกัน

...

ผมบิดคันเร่งมอเคอร์ไซค์ผ่านไป ก่อนจะเหลียวกลับมามองหนึ่งลมหายใจที่ยังคงเหลือนั้นอีกครั้ง


_______________________________________


[ ภาคที่ 2 ]

เศษข้าวในถุงพลาสติกหูหิ้ว ที่ถูกดึงออกมาจากถังขยะถูกดันเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว ..

มันอิ่มความชื้น และซึมซับกลิ่นอบอวลภายในถังมาหลายชั่วโมงแล้วเพียงแค่บ่มเก็บภายใต้ฝาปิดของถังอีกสัก 2 ชั่วโมง มันคงบูด และส่งกลิ่นน่าคลื่นเหียน แต่ตอนนี้ .. มันยังกินได้

ผมกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเศษกระดูกไก่ที่มีเอ็นเหลือติดอยู่บาง ๆ อ้าปากแล้วส่งมันเข้าไป ก่อนจะพยายามรีดเค้นเอารสชาติที่ยังคงหลงเหลือให้ซึมซาบลงไปตามคำข้าว ขวดพลาสติกใส่น้ำฝรั่งสด ยังมีบางส่วนเหลือติดก้นขวด ผมยกขึ้นจรดปากปล่อยให้หยดหวานอมเปรี้ยวซึมซาบไปตามลิ้น ขวดพรรค์นี้ขายได้ ผมจัดการยัดมันลงกระสอบป่านที่แบกมาด้วย ภายในมีเศษกระป๋องเบียร์ นิตยสาร ขวดพลาสติกใส่น้ำดื่ม สายไฟเก่า ๆ ..

ของเหล่านี้ มันเคยถูกใช้งาน มันอยู่ภายในบ้านที่อบอุ่น มีเสียงหัวเราะ มีรอยยิ้ม จนวันหนึ่งที่มันชำรุด พิกลพิการ มันถูกคำพิพากษา มันถูกทอดทิ้ง

มันไม่เหลือค่าอะไร

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ผมยังจำวันที่หมายศาล ประกาศยึดบ้านขายทอดตลาด มาแขวนที่หน้าบ้าน วันที่คำพิพากษาว่า ผมเป็นบุคคลล้มละลาย วันที่ค่าความเป็นคนของผมไม่หลงเหลือ เมียหอบลูกหนีหายไปหนใด ผมไม่ได้สนใจจะออกตาม ผมนั่งอยู่หน้าบ้าน วันแล้ววันเล่า มองคนแปลกหน้า เดินเข้าออก เอากุญแจมาเปิดประตูขนสมบัติที่เคยเป็นของผมออกไป

สิ่งเดียวที่ไม่เคยหนีหายไปจากผม คือสุนัขตัวเล็ก ๆ สีขะมุกขมอมที่วันนึงผมเคยเอาเศษอาหารที่เหลือกินมาเทให้ นับแต่นั้น มันไม่เคยไปไหนไกล มันวนเวียนอยู่หน้าบ้าน มันวนเวียนอยู่ข้าง ๆ ผม แม้ในตอนนี้

ตอนที่ผมไม่เหลือใคร ..

ผมเริ่มออกเดินทาง ไปไกลจากบ้าน ไกลจากคนรู้จัก บางทีผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมจะไปไหน ผมจะอยู่ยังไง

แต่ผมรู้ว่า ... มันจะตามผมไป

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ผมดึงเศษกล่องพิซซ่า ออกมา มันมีกลุ่มมดแดงตอมอยู่บ้าง เศษพิซซ่าเหลืออยู่อีกชิ้นหนึ่ง ผมดึงมันออกมาเคาะ ๆ เอามดแดงออกก่อนที่จะส่งให้เพื่อนสี่ขาของผม เขาเคี้ยว แล้วกลืนพิซซ่าชิ้นนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาผม

เศษอาหาร

กับเศษคน .. และเศษสุนัขอีกตัว

...

ผมคิดถึงก๊วยเตี๋ยวไก่ถุงนั้น ... ถุงที่ชายแปลกหน้ายื่นส่งให้

เส้นหมี่ซับน้ำจากเนื้อไก่ คลุดเคล้าซีอิ๊ว หอมกระเทียมเจียว

อุ่น ๆ ..

...

ผมอยากจะขอบคุณเขาจังเลย ....


_______________________________________


[ ภาคที่ 3 ]

นายนอนร่างสั่นระริก ...

ละอองฝนที่สาดเข้ามา ใต้ชายคาร้านทำผมหน้าปากซอย ทำให้ทั้งผมและทั้งนายเปียกชุ่ม แสงเหลืองซีดจากโคมไฟบนเสาไฟฟ้า ส่องใบหน้าที่ซีดขาวของนาย นายขดตัวเอาแขนทั้งสองซุกไว้ที่หว่างขา แผ่นหลังเบียดเข้ากับผนังคอนกรีต ลมหายใจของนายอ่อนแผ่ว รวยระริน ..

ผมเบียดตัวเข้ากับร่างของนาย ขนกระดำกระด่าง เหม็นฉุนของผมไม่ต่างอะไรกับนายที่นอนขดกายอย่างสั่นเทา ผมเพียงหวังให้นายอุ่นขึ้น ทั้ง ๆ ที่ผมก็หนาวแสนหนาวไม่ต่างกัน

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ผมเดินกระโพลก กระเพลกมาหลายวันแล้ว ความเจ็บปวดจากด้ามไม้กวาดที่กระหน่ำตีจากน้ำมือคนขายส้มตำ ด้วยความผิดโทษฐานที่มผมคาบปลาดุกย่างหอมฉุยบนแผงของเขาลงมากิน ตอนที่เขากำลังง่วนกับการทำต้มแซ่บเนื้อให้ลูกค้า

ผมพยายามบอกว่า ขอโทษครับ ผมไม่มากินของร้านพี่อีกแล้ว ด้วยอาการหางจุกตูด ปล่อยเศษเยี่ยวเรี่ยราด เสียงร้อง เอ๋ง .. เอ๋ง และการคลานหนีอย่างยอมจำนน

แต่มันก็ไม่ได้หยุดยั้งบทลงโทษจากคนขายส้มตำ ด้ามไม้กวาดยังคงฟาด .. ฟาด .. จนหนำใจ

ผมก้มลงเลียน้ำที่ขังอยู่ในร่องระบายน้ำหน้าบ้านใครสักคนหนึ่ง แว่วเสียงหัวเราะน้อย ๆ ของเด็กออกมาจากภายในบ้านที่มีแสงไฟส่องลอดรั้วออกมา ผมทรุดตัวลงนอนอย่างเหนื่อล้า ดวงจันทร์ทอแสงนวลใยอยู่บนฟากฟ้า แสงที่เยียบเย็น เหมือนจะปลอบประโลมความปวดร้าวและโดดเดี่ยว

ผมครางออกมาเบา ๆ ด้วยความเจ็บปวดจากภายใน

..

เสียงแกร๊ก เบา ๆ ของประตูรั้วหน้าบ้าน และแสงสว่างที่ส่องสาดออกมา พร้อมกับใบหน้าของคน ๆ หนึ่ง แววตาที่ดูสงบนิ่ง ทอดมองมายังผมอย่างเงียบเฉยก่อนจะถอยกลับเข้าไป พร้อมกับเสียงปิดประตู ผมยังคงนอนอยู่ตรงนั้น ด้วยความคิดว่า คนเมื่อสักครู่นี้คงจะไม่ว่าอะไรถ้าจะขอผมนอนพักตรงนี้สักคืน ถ้าเขาไม่พอใจ เขาคงทำท่าทางขับไล่ผมไปแล้ว

..

เสียงแกร๊ก เบา ๆ ดังมาอีกครั้ง ชามข้าวคลุกน้ำแกงต้มจืด มีหมูสับอยู่ 2 - 3 ชิ้น และชามใส่น้ำอีกใบหนึ่งถูกวางลงข้าง ๆ ตัวผม แววตาที่สงบนิ่ง แต่อ่อนโยนทอดมองมายังผมอีกครั้ง ก่อนจะหายกลับเข้าไปภายในบ้าน ผมชันกายขึ้น ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเมล็ดข้าว ก่อนจะอ้าปากส่งลำเลียงข้าวคลุกน้ำแกงชามนั้นลงกระเพาะ นับแต่วินาทีนั้น กลิ่นอายของชายเจ้าของแววตาสงบนิ่ง ติดตรึงเข้าไปในห้วงสำนึกของผม

และผมเรียกเขาว่า " นาย "

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

วันเวลาผ่านไป ชามข้าวใบนั้นยังคงมีเศษอาหารจากภายในบ้านนายออกมาเป็นระยะ ๆ มันไม่ได้มีมาทุกวันหรอก บางทีก็สองวันมาที แต่กับการยังลมหายใจให้ยืดยาวต่อไป แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว หลายครั้งที่เสียงหัวเราะของเด็กน้อยที่เคยดังแว่ว ๆ ออกมา กลับกลายเป็นเสียงของการทะเลาะทุ่มเถียงเสียงขว้างปาสิ่งของ .. และเสียงแผดร้องจ้าด้วยความตกใจของเด็กน้อย นายจะเปิดประตูออกมานั่งยอง ๆ หน้าบ้าน อัดควันสีเทา ๆ จากบุหรี่ในมือเข้าปอดอย่างต่อเนื่อง

ผมจะเดินวนเวียนมานั่งข้าง ๆ นาย ผมเห็นแววตาที่เคยสงบนิ่งแฝงความวิตกกังวลอย่างเด่นชัด

บางที .. นายก็เอามือลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา ตอนที่หยดน้ำเล็ก ๆ ไหลลงอาบแก้ม

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สายวันนั้น นายไม่อยู่บ้าน ผู้หญิงที่อยู่กับนายภายในบ้าน ขนกระเป๋าออกมา 2 ใบกับตะกร้าใส่ของกระจุกระจิกของเด็กอีก 1 ใบ แขนข้างหนึ่งอุ้มเด็กน้อย อีกข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ไว้แนบหู เหมือนจะพูดคุยอยู่กับใครก่อนที่ทั้งสองจะขึ้นรถแท็กซี่ที่เลี้ยวมารับที่หน้าบ้าน ตกตอนบ่าย มีรถปิ๊คอัพสีน้ำเงิน ขับมาจอดที่หน้าบ้าน คนในรถชะโงกหน้ามามองในบ้าน แหงนหน้ามองเลขที่บ้าน ก่อนจะแขวนกระดาษปึกใหญ่ไว้ที่ประตูรั้ว แล้วขับรถจากไป

..

นายกลับมาเกือบค่ำ ดูท่าทางอ่อนแรง นายพลิกดูกระดาษปึกนั้นลวก ๆ อย่างไม่ค่อยสนใจก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้านชั่วครู่หนึ่ง นายวิ่งกระหืดกระหอบออกมาที่หน้าบ้าน เหลียวซ้ายแลขวาเหมือนจะหาอะไรสักอย่าง

" ลูกพ่อ .... ลูกพ่อ ... " นายตะโกนซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งสะอึกสะอื้นที่หน้าบ้าน

ผมเดินไปนั่งข้าง ๆ นาย นายยังเปล่งเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ผู้คนแปลกหน้าพากันเข้าออกในบ้านนาย พวกเขาขนข้าวของของนายออกไปขึ้นรถ นายยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่หน้าบ้าน หน้าตาดูเศร้าหมอง นายไม่พูดกับใคร นายไม่ไปไหน ดูเหมือนนายจะตัดขาดกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แววตานายที่เคยสงบนิ่ง แลดูเลื่อนลอย

..

พระจันทร์เสี้ยว แขวนตัวอย่างว้าเหว่กลางอากาศ นายยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ผมเดินเข้าไปหานาย ในปากคาบถุงพลาสติกที่มีน้ำพะโล้ และไข่อยู่ครึ่งใบวางลงข้างตัวนาย

นายยังคงนั่งนิ่ง ..

ผมเอาหัวไปเกยที่ตักนาย พยายามจะมุดเข้าไปใต้แขนของนาย

ผมอยากให้นายลูบหัวผม เพื่อบอกให้ผมรู้ว่า นายยังรับรู้ถึงการคงอยู่ของผม ให้นายรู้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างนายเสมอ ผ่านไปอีกเนิ่นนาน หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลลงกระทบจมูกของผม นายค่อย ๆ หยิบถุงน้ำพะโล้ และไข่ต้มที่ยังหลงเหลือ เทเข้าปาก

นายไม่พูดอะไร .. และผมไม่เคยเห็นนายพูดอะไรอีกเลย

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ร่างของนายยิ่งสั่นระริก

นายคงหนาว นายโดนฝนเปียกปอนมาหลายวัน หาอาศัยหลบตามข้างร้านค้า นายพาผมไปคุ้ยถังขยะ เก็บของเหลือใช้ที่เขาทิ้งแล้ว ของบางอย่างที่อาจจะพอมีค่าพอที่จะไปแลกข้าวมากินกับมผมสักมื้อเมื่อตอนบ่าย มีผู้ชายคนหนึ่ง ซื้อก๊วยเตี๋ยวไก่ให้นาย ผมเห็นนายพนมมือไหว้เขาก่อนจะหันกลับมา นายไม่พูดอะไรสักคำ ทั้งที่จริง นายอาจจะอยากขอบคุณเขา แต่นายเลิกพูดจากับคนมานานแล้ว นายแกะถุงเส้นหมี่แห้ง ก่อนจะหยิบชิ้นปีกบนของไก่ ส่งให้ผมกิน

กลิ่นหอม ๆ เนื้อไก่นุ่ม ๆ อุ่น ๆ ..

นายส่งชิ้นเนื้อไก่ในถุงให้ผมกินจนหมด ก่อนจะเอาสองมือดันเส้นหมี่แห้งออกจากถุงเข้าปาก แววตาที่นายมองดูผม ช่างดูสงบนิ่งเหมือนที่ผมเคยเห็น ...

_______________________________________


[ ภาคส่งท้าย ]

รถปิคอัพของมูลนิธิ จอดอยู่หน้าร้านทำผมหน้าปากซอย ร่างไร้ลมหายใจนอนสงบนิ่งอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีขาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย กำลังสอบปากคำเจ้าของร้าน ไม่มีใครรู้จักผู้ตาย ไม่รู้ว่าเขามาจากไหน ยังไง มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรนักหนากับคนจรจัดที่เป็นหวัดจนปอดบวมตายคนหนึ่ง คนที่ไม่มีเรื่องราวให้สืบค้น ไม่มีหลักฐานเอกสารใด ๆ ติดตัวสักชิ้นเดียวนอกจากถุงปุ๋ยเก่า ๆ ที่มีเศษกระป๋องเบียร์นิตยสาร ขวดพลาสติกใส่น้ำดื่ม สายไฟเก่า ๆ ..

สุนัขขาเป๋ตัวนั้นยังคงนั่งอยู่ข้างศพชายนิรนาม มันไม่ยอมไปไหน ตราบจนเขาช่วยกันยกร่างของชายคนนั้นขึ้นบนท้ายรถ มันก็เริ่มออกอาการลุกรี้ลุกรน มันวิ่งวนไปรอบรถของมูลนิธิคันนั้นพลางส่งเสียงเห่าอย่างแหบโหย ตราบจนรถถูกสตาร์ทเครื่องและขับออกไป

มันยังโขยกเขยกวิ่งตามอย่างสุดชีวิต และเค้นเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน

...

ค่ำวันนั้น ถ้าใครผ่านหน้าปากซอยณัฑนันท์ 3 ทางเข้าหมู่บ้านศิริสุข ราว ๆ สัก 3 ทุ่ม ตอนที่ฝนโปรยปราย คุณจะเห็นสุนัขขาเป๋ตัวหนึ่ง นั่งอยู่ใต้เงาชายคาของร้านทำผมหน้าปากซอย อย่างเดียวดาย

เหมือนรอคอยการกลับมาของใครสักคน ...

.

Comment #1
พกพา
Posted @February,12 2007 13.19 ip : 203...197

ฝีมือเยี่ยมมากT#T6]

แสดงความคิดเห็น

« 1533
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ