เรื่องสั้น

ก้างปลา

by kodeya @November,12 2006 18.28 ( IP : 61...134 ) | Tags : เรื่องสั้น

รัตนชัย  มานะบุตร


กระจงสองตัวในกรงขังวิ่งเหยาะ ๆ รอบ ๆ ตาข่าย เห็นคนก็จะหยุดแหงนหน้ามองขออาหาร ผมใช้เวลาที่เหลือก่อนตะวันตกดินไปเก็บมะละกอ ขอเพียงมะละกอลูกโต ๆ สักลูก  ใบมันสำปะหลังสักสองยอดสำหรับอาหารมื้อกลางคืนของมัน  ผมรู้จักมะละกอทุกต้นที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้านทั้งที่มีเจ้าของและไม่มี รู้ว่าต้นไหนผลโตงาม ๆ กำลังดี

กลับมาถึงบ้านผมต้องปอกเปลือกเขียวออก หั่นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเท่า ๆ กัน หากวันไหนขี้เกียจฝีมือก็ออกเป็นรูปแหลม ๆ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ผมใส่กะละมังล้างน้ำให้ยางของมันออก ใส่ตะแกลงหย่อนลงในกรง พวกมันวิ่งเข้ามาแย่งกันกินเหมือนเด็กโดยไม่ยอมเหลียวแลใบมันสำปะหลังแม้แต่น้อย ผมรู้ว่าพวกมันแอบกินใบมันสำปะหลังตอนกลางคืน เช่นนี้แสดงว่ามะละกอน่าอร่อยกว่า วันนี้ผมเก็บมะละกอผลโตมาสองลูก ย่างน้อยลดเที่ยวหาสำหรับวันพรุ่งนี้ไปได้หนึ่งวัน หากจะเก็บมาหลาย ๆ ลูกก็ไม่ได้เพราะทิ้งไว้เกินสามวันมะละกอจะสุก ผมเคยสังเกตมันไม่เคยกินมะละกอสุกหมด หากเพราะพวกมดหรือไม่ก็หนูเข้าไปแย่งมันกิน อาบน้ำทานข้าวเสร็จ ตีสีหน้าเหนื่อยหน่ายต่อหน้าพ่อแม่เพื่อหาโอกาสขออนุญาตไปนอนบ้านสาเคียสักคืน  โดยอ้างเหตุผลเหนื่อยมากอยากคุยกับเพื่อน

"เหตุผลฟังไม่ขึ้น"  พ่อว่า  "อยากไปนอนบ้านเพื่อนดีแล้วล่ะที่รู้จักบอกกล่าวกัน ความจริงหากไม่ต้องอ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ก็ได้"

ผมคิดถึงเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ แล้วอดขำในใจ

สาเคียซื่อเต็มคืออับดุลเลาะห์ แต่เพื่อน ๆ เรียกแค่สร้อยว่าสาเคียจนติดปาก เขาเป็นหลานของโต๊ะแก่ ซึ่งเป็นคนพื้นเพที่นี่ มีลูกเขยชื่อเปาะแหละเป็นชาวมาเลเซีย แขกไปใครมา  บ้านหลังนี้จึงเป็นบ้านที่พิเศษสุดโดยเฉพาะเมื่อมีชาวมาเลเซียมาในหมู่บ้านแกเป็นล่ามแปลภาษาได้เพียงคนเดียว  มีคนแก่ที่ตายไปแล้วเล่าว่าก่อนโต๊ะแก่จะเข้ารับนับถืออิสลาม แกเคยบวชชีพราหมณ์นุ่งขาวห่มขาวมาก่อน

ครั้งหนึ่งผมได้ยินคนในหมู่บ้านวิจารณ์เรื่องนี้ลับหลังแก.

ทุกวันที่มีเวลาว่างหาโอกาสไปบ้านโต๊ะแก่เสมอ หากวันไหนไม่ได้ไป เกิดอาการขาดขาดสิ่งที่เคยชิน  เหมือนชีวิตไม่ครบวงจร เหมือนขาดสารเสพติดให้ลงแดงทำนองนั้น ที่นั่นมีหมากให้เคี้ยว มีใบจากให้ดูดเล่น ที่พิเศษสุดหากมีเปาะแหละอยู่บ้านและต้องเป็นขณะแกอารมณ์ดีก็มีนิทานโปกฮาแถมให้ได้หัวเราะเสมอ  ครั้งหนึ่งแกเล่าว่าแกยิงเครื่องบินญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สองด้วยหนังสะติ๊ก จนเครื่องบินลำนั้นเสียหลักเอียงไม่เป็นท่าไปตกฝั่งมาเลเซีย เรื่องเล่าของแกดูเป็นเรื่องตลกแต่สีหน้าและท่าทางของแกดูจริงจังจนพวกเด็ก ๆ เชื่อแล้วเล่าต่อ ๆ กันหลายเดือน

ทานอาหารเย็นเสร็จไปบ้านโต๊ะแก่ เห็นแกนั่งตรงที่เคยนั่ง ตี่โต๊ะจินั่งอยู่ที่ตำแหน่งแกแทน

"ไหนคนที่มีรูปหน้าเหมือนส้มโอกระถดไปนั่งหลบอยู่ตรงไหน?"

ทันทีที่ได้ยินเสียงผม แกก็โผล่ออกมาที่ช่องซอกประตู "ไอ้เด็กหน้าเหมือนหัวมัน มึงมาว่ากูหน้าเหมือนส้มโอ.เออเมื่อวานไม่เห็นหน้าเลยมึงหายไปไหนล่ะ"

"เมื่อวานผมไปโรงเรียน"

"กูถามเลิกเรียนตอนเย็นน่ะ"

"อ๋อ  ตอนเย็นฝนตกห่าใหญ่ โต๊ะแก่รู้ดอกหรือ?"

"เออจริงสินะ  ตอนเย็นฝนตกห่าใหญ่ หากมึงไม่บอกกูก็ลืมไปแล้ว กูนึกออกแล้วหลังฝนเมื่อวานปลาหมอขึ้น พ่อมึงได้เยอะมั้ย"

"ได้เยอะ เหมือนกันแหละ"

ขณะกำลังคุยได้ยินเสียงอาซานดัง ผมนึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา

ทันทีผมก็นึกถึงเรื่องราวการบวชชีของแกขึ้นมา  เพราะเรื่องนี้ฝังใจผมมานานอยากถามหลายครั้งแต่ก็ลืมทุกครั้ง ผมค้างเรื่องปลาหมอไว้แค่นั้น เปลี่ยนเรื่องคุยทันที "โต๊ะแก่เป็นคนมุสลิมที่นับถืออิสลามใช่มัยล่ะ?"

"เออ มึงถามทำไม?"

"ไปบวชเป็นชีนั้นโต๊ะแก่รู้ใช่มั้ยล่ะว่ามันบาปหนัก"

"เพราะกูทำตามปู่ย่าตาทวดที่เคยนับถือพราหมณ์มาก่อน มึงมาพูดเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับมึงล่ะ " แกเหวี่ยงเท้าไปตกข้างฝาดังโครม!  ท่าทางแกโกรธจัด.แย่แล้วล่ะ แกไม่ใช่โต๊ะแก่คนเดิมอีกแล้ว  "ใครสอนให้มึงมาว่ากู ที่กูทำผิดไปกูได้เลิกไปนานแล้ว"

ผมหันหลังเดินก้าวลงเรือน สาเคียว่า "ไหนว่ามึงจะนอนที่นี่"

"ค่อยมานอนวันหลัง"

"มึงต้องไม่ถือสาคนแก่ กูขอโทษ"

หลังจากวันนั้นผมไม่กล้าแม้แต่เดินเฉียดบ้านแกอีกเลย

ผมทานข้าวกับแกงส้มปลาหมอ ใจนึกถึงแต่โต๊ะแก่  เรื่องไม่เป็นเรื่องได้กลายมาเป็นเรื่องยุ่งเหยิงในจิตให้รู้สึกหงุดหงิดไม่รู้ทางออกของเรื่องเป็นเช่นไรอีก  ผมเปิดข้าวอย่างลวก ๆ ที่สุดเท่าที่มีมาบังเอิญก้างปลาดันไปติดที่คอผมจนได้ทั้ง ๆ ที่ยังทานข้าวไม่อิ่ม ผมผละตัวจากวงวิ่งออกนอกบ้าน พยายามขย้อนก้างออกจากคอหลายครั้ง  แต่ก็ไร้ผล กลับเข้าครัวอีกครั้ง ปั้นข้าวเป็นก้อนและใส่ปากกลืนมันทั้งแท่ง กลืนไปสามก้อนก็ไร้ผล ผมก็วิ่งออกมาขย้อนข้างนอกอีก

"รีบไปหาโต๊ะจิเสียสิ" แม่ตะโกนมาจากในครัว แล้วตามออกมาช่วยลูบแผ่นหลัง

ผมส่ายศีรษะ

"ทำไม?"

ผมก้มหน้าอยู่นานจนแม่สงสัย "ก้างหลุดแล้วรึ"

"เปล่าเลย"

"ไป.รีบไปบอกโต๊ะจิ"

โต๊ะจิซึ่งเป็นแม่ของสาเคียเป็นคนคนเดียวในหมู่บ้านที่มีความสามารถในเรื่องนี้ แค่แกยื่นน้ำให้ผู้ที่ก้างปลาติดคอกินขันเดียวกลับไปไม่ทันถึงบ้านก้างปลาจะหลุดออกอย่างง่ายดาย  ไม่มีทางอื่นอีกเลยหรือนี่  ผมเลยตัดสินใจเดินดุ่ม ๆ ไปบ้านโต๊ะแก่ มันเป็นเวลาตอนหัวค่ำ มาหยุดยืนอยู่หน้าบันได ไม่กล้าเรียก ไม่กล้าถือวิสาสะขึ้นบ้านเหมือนแต่ก่อน  ผมเห็นสาเคียโผล่ออกมาจากเงามืด ๆใต้ถุนบ้าน

"นั่นใคร?"

สาเคียย่องมาดูใกล้ ๆ พอเห็นหน้าชัดมันก็ตะโกนขึ้น "โต๊ะแก่ มันมาแล้ว"

โต๊ะแก่อุตส่าห์กระถดออกมา แกชะโงกหน้าดู "เออวันนั้นมึงโกรธกูละซิ ขึ้นมาคุยบนบ้าน ขึ้นมาบนนี่ก่อน กูไม่เคยโกรธมึงหรอก กูก็ทำโมโหโกรธาไปอย่างงั้นเองแหละน่า"

แกเป็นคนอายุยืนคนหนึ่งที่น่ารัก  ผิวค่อนข้างขาว รูปหน้ากลมเหมือนผลส้มโอผิดกับโต๊ะจิซึ่งเป็นลูกสาวและเป็นแม่ของสาเคียกลับผิวคล้ำรูปหน้าเรียวยาวเหมือนลูกมะพร้าวลีบ ๆ

แค่ได้ยินประโยคคำพูดของแกเท่านั้น เรื่องราวที่อัดแน่นอยู่ในอกกลับมลายหายไปสิ้น ผมจึงเอ่ยขึ้นว่า "คนที่รูปหน้าเหมือนมะพร้าวลีบอยู่ไหน? เอาน้ำให้ผมกินขัน.ก้างปลาหมอมันติดอยู่ที่คอผม"

โต๊ะแก่หัวเราะเอิ้ก  ๆ  "มึงก็ยังเหมือนเดิมนี่หว่า"
.......................

แสดงความคิดเห็น

« 2114
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ