บทความ

รวมเรื่องสั้นลูกโซ่ เมืองสมมติ

by Pookun @August,30 2010 19.13 ( IP : 222...174 ) | Tags : บทความ
photo  , 540x720 pixel , 89,284 bytes.

ชาคริต โภชะเรือง

สำนักพิมพ์ ก๊วนปาร์ตี้

สายส่งเคล็ดไทย


ปีนี้ผมออกรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ ชื่อเล่ม เมืองสมมติ ครับ

เว้นวรรคจากเล่มแรก : กาหลอ เกือบสิบปี ช่วงระหว่างเว้นวรรคไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงานนะครับ ยังเขียนงานสม่ำเสมอ เฉลี่ยปีละ 2-3 เรื่อง ตลอดเวลาที่ผ่านมา พอมีเรื่องสั้นในมืออยู่ราวๆ 24 เรื่อง...ประมาณนั้น สามารถคัดสรรได้ถึง 2 เล่ม

ผ่านการทำงานด้วยตนเอง พบว่าความยากของงานรวมเล่มก็คือ การจัดการเพื่อหาความเป็นเล่มของรวมเรื่องสั้น ว่าไปก็มีหลายชุดวิธีคิดนะครับ

คุณชาติ กอบจิตติ นักเขียนชื่อดังคนหนึ่งใช้วิธีรวมเรื่องตามลำดับเวลาการเขียน อันนี้เพื่อดูในแง่พัฒนาการ ไม่มีการคัดสรร เพราะถือว่าทุกเรื่องที่เขียนใช้ได้ทั้งหมด พอใจทั้งหมด กว่าจะเขียนได้แต่ละเรื่อง หรือกว่าที่ผู้เขียนจะปล่อยผลงานออกมา ต้องบ่มเพาะสร้างสรรค์จนพึงใจ เหมือนการมีลูกนั้นแหละ เกิดมาแล้วก็รักเท่ากันหมด

แต่มีนักเขียนไม่กี่คนที่ทำงานภายใต้หลักการนี้

ส่วนใหญ่มักจะมีการคัดสรร มีการคัดออก เลือกเรื่องที่ดีที่สุด หรือเรื่องที่ไปกันได้ทั้งเล่ม ว่าไปการคัดสรรก็มีหลายรูปแบบ หลายแนวทางอีก

บางคนมีบก.ช่วยรวบรวม คัดสรรให้ อาจดูความคิดร่วม ค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ในแง่รูปแบบหรือเนื้อหาสาระ มีความมุ่งหมายรวมอันใดเป็นพิเศษในเล่ม คัดสรรจากเรื่องสั้นหลายสิบ ให้เหลือที่เข้าชุดกันได้ประมาณสิบหรือสิบกว่าเรื่อง(ส่วนใหญ่)

กรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักเขียนใหม่ ประสบการณ์ยังน้อย มองงานตัวเองไม่ออก อยากได้บก.มาช่วยพิจารณากลั่นกรอง บางคนคัดสรรด้วยตนเอง กรณีนี้อาจเกิดได้กับนักเขียนใหม่ หากว่ามีความเข้าใจหรือมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองสร้างสรรค์จนคิดว่าสามารถดูแลตัวเองได้ หรือไม่ก็อาจจะคัดสรรแล้วส่งให้เพื่อนฝูง หรือที่ปรึกษา ช่วยให้คำแนะนำ เป็นลักษณะบก.หมู่ ก็เป็นทางออกอย่างหนึ่ง

บางคนใช้วิธีคิดวางแนวทางของเล่มล่วงหน้า เรียกว่าคิดไว้ก่อนเสร็จสรรพ แล้วค่อยลงมือเขียน กรณีกนกพงศ์ สงสมพันธ์ เขียน แผ่นดินอื่น หรือวินทร์ เลียววาริณ เขียน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน อยู่ในข่ายผลงานลักษณะนี้

ในส่วนผมเอง ลองมาแล้วหลายรูปแบบ เล่มแรกส่งให้สำนักพิมพ์ใหญ่ พิจารณา ต่อจากนั้นก็พยายามส่งให้ดู แต่ก็ได้แต่ร้องเพลงรอ รอ ก็เลยคิดใหม่...

พึ่งตนเอง โตแล้ว เขียนงานมานานแล้ว น่าจะยืนได้ด้วยลำแข้ง จะดีจะเลว เราเองก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานที่จะเป็น บก.ให้ตัวเอง

คิดแบบโมเดลนักเขียนไทยเข้มแข็ง คุณวินทร์ เลียววาริณ กล่าวไว้ เล่มแรกที่ทำเช่นนี้ก็คือ สารคดี จะนะในฤดูกาลแห่งลมนอก (เล่มนี้มีพี่ๆบางคนช่วยตั้งชื่อเล่มและดูแลการผลิตให้)

เล่มต่อมาคือ สารคดี คนค้นคลอง

และล่าสุดก็คือ นวนิยาย ประเทศใต้ มีเพื่อนฝูงช่วยกันอ่านต้นฉบับ แล้วก็มีทีมช่วยจัดหน้า แล้วก็มีหมอนิล-ภูเก็ต ช่วยทำหน้าปก เล่มนี้พิมพ์เอง ตั้งสำนักพิมพ์เอง ประสานสายส่ง เรียนรู้กระบวนการจำหน่ายด้วยตนเอง

เป็นเล่มที่ทำให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสำนักพิมพ์ ดูแลตนเอง พิมพ์เองให้ได้ปีละ 1 เล่มและจนกระทั่งปีนี้ ได้ออกรวมเรื่องสั้น เมืองสมมติ เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นเล่มที่ 2


ณ วันนี้เข้าใจว่ากำลังวางแผง ในเมืองหลวงน่าจะส่งวางตามร้านหนังสือแล้ว หากเป็นต่างจังหวัดอาจจะต้องรออีก 1 เดือนให้หลัง

ทั้งเล่มมีเรื่องสั้น 10 เรื่อง ไม่สั้นไม่ยาว หากมีสมาธิดีๆ ก็สามารถอ่านรวดเดียวจบ เรื่องที่ตีพิมพ์ล่าสุด คือ บทบาทสมมติ ในหนังสือช่อการะเกด 51 เมื่อมกราคม 2553 เรื่องที่เก่าที่สุด คือ แมวบาดเจ็บ ตีพิมพ์เมื่อปี 2540 และไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน คือ โคกนกคุ่ม

กาหลอ เล่มแรก โดยภาพรวมออกไปทางแสดงภาวะของปัจเจก เผยด้านมืดด้านสว่างของมนุษย์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การย้อนมองกลับไปสู่อดีต ก็เหมือนการได้พิจารณาตรวจสอบ ทบทวนแง่มุมต่างๆในชีวิต

เมืองสมมติ ต่างออกไป เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมหรือสังคมที่เราสังกัด สะท้อนแง่มุมต่างๆที่สัมพันธ์กับความเป็นเมืองใหญ่ ไม่ได้มุ่งเน้นวิถีปัจเจกอีกต่อไป เล่มแรกมองตัวตน เล่มสองมองสภาพแวดล้อม

เมืองสมมติ เป็นชื่อที่มีความหมายใน 2 ระดับ คือ เมืองที่มีแต่ปัญหาสะสม กระทั่งว่าจำเป็นที่จะต้องวางผังเมืองใหม่ ปฎิรูปทุกอย่างใหม่ และเมืองสมมติในความหมายเชิงอนาคต เมืองใหม่ที่ทุกคนอยากเห็น หรือเมืองในอุดมคติ

หากท่านอ่านตั้งแต่แรก ท่านจะได้เดินทางไปสู่เมืองๆหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆหลากหลายแง่มุม อันเป็นปัญหาของเมืองใต้วิถีแห่งทุน ทั้งวิถีแห่งปัจเจก การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม ละเรื่อยไปถึงรากของเมืองในเชิงประวัติศาสตร์ กระทั่งสุดท้าย ท่านจะได้พบกับเมืองแห่งอนาคต ที่ท่านอยากเห็น

ภายใต้พื้นที่แห่งตัวตนที่แตกต่าง สีเหลือง สีแดง มนุษย์เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร...

ทั้งหมดนี้ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้รูปแบบของเรื่องสั้นลูกโซ่


อะไรคือเรื่องสั้นลูกโซ่

อันนี้ไม่อยากเฉลยคำตอบ อยากให้ท่านได้ค้นหาความหมายของมันด้วยตนเอง

ปกติผมเองก็ไม่อยากจะเขียนถึงผลงาน หรืออธิบายชี้นำอะไรมาก พอใจที่จะให้เกียรติผู้อ่านได้ค้นพบ และหาความหมายของตนเองตามประสบการณ์ที่แตกต่างๆ ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนคนเขียน

การอ่านควรจะเปิดโลกแห่งการสร้างความหมายใหม่ ผ่านข้อเขียน ผ่านทัศนะ ผ่านรูปแบบทางศิลปะที่จะมีส่วนช่วยกระตุก ปลุกเร้า ให้ประสาทการรับรู้ตื่นตัว ค้นหา และพบคำตอบ พบความหมาย ที่เป็นเรื่องเฉพาะและเรื่องประสบการณ์ร่วมของมนุษย์เรา

อยากเชิญชวนให้ได้ลองอ่านกันครับ.

Comment #21
Posted @December,16 2010 11.22 ip : 223...83

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเช่าบ้านอยู่แถวหมู่บ้านไทยสมุทร ผมพบคนๆหนึ่งซึ่งเป็นพ่อค้าขายสัมตำ รูปลักษณ์ไม่ต่างไปจาก "ถั่วแระ" แล้วก็พบเรื่องในลักษณะนี้อีกหลายๆครั้ง ในแง่ของการพยายามที่จะเลียนแบบ หรือภาคภูมิใจที่คนๆหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นคนอืีกคนหนึ่ง การสลายตัวตนด้วยการสร้างตัวตนใหม่ที่เป็นคนอื่น ทำให้ผมแปลกใจมาก อยากรู้ว่าอะไรอยู่เบื้องหลัง "ความเหมือน" ดังกล่าว แล้วก็นึกยาวไปถึงเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่บังเอิญได้พบ ที่ป่วยเพราะแม่ตั้งครรภ์แล้วเสพย์ยาบ้าเกินขนาด เลยมองย้อนไปยังสังคมที่กำลังผิดปกติไปไกล ดูเหมือนว่าโลกทุกวันนี้ปัจจัยภายนอกเป็นตัวกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว เลยเขียนเรื่องสั้น "เหมือน" ชิ้นนี้ขึ้นมา ส่งไปเนชั่นฯ แล้วก็ทราบว่า เข้ารอบ 20 เรื่องสุดท้ายของการคัดเลือกเรื่องสั้นดีเด่นประจำปีของสมาคมภาษาและหนังสือ ประำจำปี 2548 (ถ้าจำไม่ผิด)

Comment #22
Posted @December,17 2010 09.13 ip : 223...83

ช่วงขณะเกิดเหตุน้ำท่วมเมื่อปี 48 แม้ไม่ใช่เหตุน้ำท่วมใหญ่ก็จริง แต่สิ่งที่เกิดก็ำทำให้เศร้าใจ นั่นเพราะแนวทางแก้ปัญหา ได้ผลักภาระไปให้คนอื่น หรือพื้นที่อื่นที่สำคัญน้อยกว่าเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ "ไข่แดง" กระทบไม่ได้ กลายเป็นจุดรับน้ำ ทำให้ต้องลำบากกับภาวะน้ำท่วมขัง เลยนึกเรื่อยไปถึงคนขายขอบอื่นๆอีกมาก ไม่ว่า แรงงานต่างด้าว ชนกลุ่มน้อย ว่าเสมือนไร้ตัวตน เรามีบางสิ่งมาขวางกั้นระหว่างกัน ผมเลยใช้ "พนัง" เป็นสัญลักษณ์สื่อสาร แท้แล้วก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างมาเพื่อปกป้องตัวเองแต่กลับเป็นสิ่งที่ขวางกั้นแยกเราห่างจากกันไปด้วย จึงเป็นที่มาของเรื่องสั้น "พนัง" ต้นฉบับจริงยาวกว่านี้ ผมปรับให้กระชับมากขึ้นก่อนพิมพ์รวมเล่ม

Comment #23
Posted @December,21 2010 16.07 ip : 202...1

เช่นเดียวกับเรื่องสั้น "ทาง" เขียนไว้นานแล้ว ตีพิมพ์ในเนชั่นฯ ตอนพิมพ์ครั้งแรก ยาวกว่าที่นำมารวมเล่ม ผมอ่านแล้ว มันยืดยาด เยิ่นเย้อไป เลยหั่นให้สั้นลง ตอนเขียนนึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ความเปลี่ยนแปลงทา่งกายภาพของเพื่อนทำให้ผมสะท้อนใจ เลยนึกไปถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตของคนเรา บางครั้งก็อยู่ที่เส้นทางที่เราเลือกเดินด้วย แม้แต่คนที่อยู่ในเส้นทางศิลปะเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วก็ไม่เหมือนกัน ทางที่เราเลือกเราทำให้เรากลายเป็นสิ่งนั้นไปด้วย

แสดงความคิดเห็น

« 1312
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ